7 กลุ่มอาหารที่เสริมสร้างความแข็งแรงให้ข้อต่อ

ค้นพบอาหารธรรมชาติที่ช่วยให้ข้อต่อยืดหยุ่น ลดความเจ็บปวด และป้องกันการเสื่อมตามวัย

เริ่มต้น
อาหารเพื่อข้อต่อแข็งแรง

ข้อต่อต้องการสารอาหารอะไรบ้าง

ข้อต่อประกอบด้วยกระดูกอ่อน เอ็น และน้ำไขข้อที่ช่วยให้เราเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกอ่อนจะสึกหรอและน้ำไขข้อลดน้อยลง ทำให้เกิดความเจ็บปวด

การรับประทานอาหารที่มีสารอาหารพิเศษจะช่วยชะลอการเสื่อม ลดอาการบวม และส่งเสริมการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ข้อต่อ ทำให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายมากขึ้น

สัญญาณบอกว่าข้อต่อต้องการความช่วยเหลือ

⚠️

อาการปวดเรื้อรัง

ข้อเจ็บปวดเป็นประจำ โดยเฉพาะตอนเช้าหรือหลังนั่งนาน

🔊

มีเสียงดังที่ข้อ

เคลื่อนไหวแล้วมีเสียงดัง แสดงว่ากระดูกอ่อนกำลังบาง

🏃

เคลื่อนไหวลำบาก

ขึ้นบันได วิ่ง หรือก้มลุกยากกว่าเดิม

7 กลุ่มอาหารสำคัญสำหรับข้อต่อ

🐠

ปลาน้ำลึกและอาหารทะเล

ปลาแซลมอน ปลาทูน่า และปลาแมคเคอเรล มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่ช่วยลดสารก่อการอักเสบในร่างกาย ทำให้ข้อต่อบวมและปวดน้อยลง

🌰

ถั่วชนิดต่างๆ และเมล็ดพืช

อัลมอนด์ วอลนัท เมล็ดทานตะวัน และเมล็ดฟักทอง ให้ทั้งโอเมก้า-3 แมกนีเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงเนื้อเยื่อข้อต่อ

🥦

ผักสีเขียวเข้ม

คะน้า ผักกาด บรอกโคลี และผักโขม อุดมไปด้วยวิตามินเค และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันความเสียหายของข้อต่อ

🍋

ผลไม้รสเปรี้ยวและเบอร์รี่

มะนาว ส้มโอ สตรอว์เบอร์รี่ และบลูเบอร์รี่ มีวิตามินซีสูงที่จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจนซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของกระดูกอ่อน

🌶️

เครื่องเทศและสมุนไพร

ขมิ้น ขิง พริกไทย และกระเทียม มีสารต้านการอักเสบตามธรรมชาติที่ช่วยบรรเทาอาการปวดและบวมที่ข้อ

🥛

นมและผลิตภัณฑ์นม

นม โยเกิร์ต ชีส และนมถั่วเหลือง ให้แคลเซียมและวิตามินดีที่ช่วยทำให้กระดูกที่รองรับข้อต่อแข็งแรง

อาหารอื่นที่ช่วยดูแลข้อต่อ

น้ำมันมะกอกเป็นแหล่งไขมันดีที่ควรใช้ในการทำอาหารเพราะมีสารโอเลโอแคนทาลที่ช่วยลดการอักเสบเหมือนยาแก้ปวด ไข่ให้โปรตีนคุณภาพสูงและวิตามินดีที่ช่วยดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น

เนื้อสัตว์ที่ต้มจนนิ่ม น้ำซุปกระดูก และอาหารที่มีเจลาตินจะให้สารกลูโคซามีนและคอนดรอยตินซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกอ่อน ช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างข้อต่อได้

อาหารเสริมเพิ่มเติม

แนวทางการดูแลข้อต่อด้วยอาหาร

ความสำคัญคือการกินอาหารหลากหลายอย่างสม่ำเสมอ มากกว่าการกินอาหารชนิดเดียวมากๆ ในครั้งเดียว ร่างกายต้องการสารอาหารต่างชนิดทำงานร่วมกันเพื่อซ่อมแซมและบำรุงรักษาข้อต่อ

การปรุงอาหารโดยนึ่ง ต้ม หรืออบจะรักษาสารอาหารไว้ได้ดีกว่าการทอดหรือย่างไฟแรง ควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอเพื่อช่วยหล่อลื่นข้อต่อ และออกกำลังกายเบาๆ เป็นประจำเพื่อให้ข้อต่อยืดหยุ่น

เรื่องเล่าจากผู้ที่เปลี่ยนวิถีการกิน

ตอนแรกไม่เชื่อว่าการเปลี่ยนอาหารจะช่วยได้ แต่หลังจากกินปลาและผักเขียวมากขึ้น อาการปวดหัวเข่าที่เคยทนมา 3 ปีดีขึ้นจริงๆ

- นิรันดร์ สุวรรณ

เริ่มดื่มน้ำซุปกระดูกทุกเช้าและกินเบอร์รี่เป็นของว่าง อาการข้อไหล่ตึงที่เคยทำให้นอนไม่หลับค่อยๆ หายไป ตอนนี้ยกแขนได้สูงขึ้นแล้ว

- สุดา พรหมชัย

การเพิ่มถั่วและเมล็ดพืชในอาหารทุกมื้อ พร้อมกับหยุดกินอาหารทอด ทำให้นิ้วมือที่เคยบวมและเคลื่อนไหวลำบากดีขึ้นมาก

- บุญชู ใจดี

หลังจากกินขมิ้นกับขิงสดทุกวัน รวมถึงกินผลไม้สีสดใส อาการปวดข้อสะโพกลดลง วิ่งเล่นกับหลานได้โดยไม่เจ็บอีกต่อไป

- มาลี ทองดี

เปลี่ยนมากินปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพิ่มผักเขียวทุกมื้อ ข้อเท้าที่เคยปวดเวลาเดินนานๆ ตอนนี้เดินได้ไกลขึ้นโดยไม่รู้สึกเจ็บ

- ชัยยา ศรีสุข

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อมูลการติดต่อ

อีเมล: hello (at) docijeha.com

ที่อยู่: 156/23 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120

โทรศัพท์: +66 2 678 5042

ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารสำหรับข้อต่อ

คำถามที่พบบ่อย

ต้องกินอาหารเหล่านี้ทุกวันหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องกินทุกชนิดในวันเดียว แต่ควรกินให้หลากหลายตลอดสัปดาห์ เช่น กินปลาสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ผักผลไม้ทุกวัน และหมุนเวียนถั่วเมล็ดพืชเป็นของว่างหรือโรยในอาหาร

ผู้สูงอายุที่มีปัญหาข้อกินได้หรือไม่

อาหารเหล่านี้เหมาะสำหรับทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เพราะช่วยชะลอการเสื่อมของข้อต่อ แต่ถ้ามีโรคประจำตัวหรือกินยาควรปรึกษาแพทย์ก่อนเปลี่ยนแปลงอาหารมากๆ

ควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้าง

ควรลดอาหารทอดมันๆ อาหารแปรรูป น้ำตาลมาก และเนื้อแดงมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ควรจำกัดเพราะทำให้ร่างกายขาดน้ำ

อาหารเสริมช่วยได้เหมือนอาหารธรรมชาติหรือไม่

อาหารจากธรรมชาติดีกว่าเสมอเพราะมีสารอาหารครบถ้วนและร่างกายดูดซึมได้ดี อาหารเสริมอาจช่วยเสริมในกรณีที่กินอาหารไม่ครบ แต่ไม่ควรใช้แทนอาหารจริง

นอกจากกินแล้วควรทำอะไรเพิ่มเติม

ควรออกกำลังกายเบาๆ อย่างเดิน ว่ายน้ำ หรือยืดเหยียด เพื่อให้ข้อต่อยืดหยุ่น ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสมเพื่อลดภาระข้อ และดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ